Bewegungsfreiheit ist ein Recht ALLER Menschen

“เสรีภาพในการเลือกถิ่นที่อยู่อาศัยเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ทุกคน รัฐต้องไม่ออกกฎหมายจำกัดสิทธิเสรีภาพข้อนี้ของประชาชน”

นี่คือหัวข้อประชุมที่องค์กรดามิกรากำหนดเป็นวาระในงานประชุมส่งท้ายปี เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2019 ที่ห้องประชุมเรฟูจิโอ เลขที่ 3-4 ถนนเลเนา กรุงเบอร์ลิน

ทั้งนี้ สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2019 สภานิติบัญญัติแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีได้ผ่านกฎหมายการบูรณาการ (Integrationsgesetzes) ฉบับหนึ่ง กำหนดห้ามไม่ให้ผู้อพยพย้ายที่อยู่โดยไม่ได้รับการอนุมัติจากทางการก่อน เป็นผลให้ผู้อพยพทุกคนต้องปฏิบัติตาม

นั่นคือกฎหมายนี้จะก่อให้เกิดความไม่สะดวกต่าง ๆ ตามมาทั้งทางเศรษฐกิจ และสังคม โดยเฉพาะผู้อพยพเพศหญิงที่ตกเป็นเหยื่อความรุนแรง และได้หลบลี้หนีภัยไปอาศัยอยู่ที่บ้านสงเคราะห์หญิงในรัฐอื่น หรือไปอาศัยอยู่กับญาติสนิทมิตรสหาย

ด้วยเหตุผลดังกล่าว องค์กรดามิกราจึงขอตั้งคำถามรัฐบาลว่า

-กฎหมายเช่นนี้จะทำให้เกิดการบูรณาการได้อย่างไร

-นโยบายทางการเมืองเกี่ยวกับเรื่องนี้จะดำเนินไปได้อย่างไรหากผู้ที่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายนี้ไม่มีความเสมอภาคเท่าเทียมกันในด้านเศรษฐกิจและสังคม

-การที่มีผู้คนอีกมากมายถูกจำกัดเสรีภาพเช่นนี้ จะเป็นผลดีต่อการบูรณาการได้อย่างไร

-ความสำคัญและความต้องการของสตรีที่ตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงจะได้รับการพิจารณามากน้อยแค่ไหน

สมาคมธาราในฐานะสมาชิกขององค์กรดามิกรา ได้ส่งตัวแทนคือคุณจิระพรรณ ออคเคอร์ ไปเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ด้วย

ในการประชุมครั้งนี้ก็เช่นเดียวกันกับการประชุมส่งท้ายปีครั้งก่อน ๆ คือ มีการเชิญตัวแทนจากรัฐมากล่าวเปิดการประชุม ซึ่งครั้งนี้ ผู้ที่ได้รับเชิญมาคือคุณโฮนีย์ เดอิฮิมิ (Frau Honey Deihimi) ผู้อำนวยการหน่วยเฉพาะกิจเพื่อบูรณาการสังคมจากกรมการอพยพผู้ลี้ภัยและบูรณาการ (Referatleiterin, Referat für Gesellschafliche Integration Arbeitstab der Beauftragten เป็นตัวแทนของรัฐมนตรีกระทรวงผู้อพยพและการบูรณาการ

นอกจากนี้การประชุมครั้งนี้นำโดยทีมกรรมการบริหารชุดใหม่ที่ได้รับการเลือกตั้งในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ภายใต้การนำของประธานองค์กรคนใหม่ คือคุณลัวร์เดส มาร์ทิเนซ (Frau Lourdes Martinez) ด้วย

จากนั้น ดร.เดลัล อัตมาคา (Dr.Delal Atmaca) ผู้จัดการองค์กร นำเสนอผลงานของโครงการ Mut-Macherinnen ในภาพรวมที่ผ่านมา ถึงการทำงานด้านขยายเครือข่าย ด้านการผลักดันการเสนอความต้องการของสมาชิกองค์กรให้เข้าไปถึงการวางนโยบายในภาครัฐ ทั้งการไปร่วมประชุมทั้งในระดับประเทศ และระดับนานาประเทศที่เกี่ยวข้องกับเรื่องสิทธิและการพัฒนาสตรี อีกทั้งได้ร่วมผลักดันให้ผู้อพยพได้รับการยอมรับให้มากขึ้น

ตามมาด้วย ดร.โสรยา โมเคต (Dr.Soraya Moket) หัวหน้าโครงการ Mut-Macherinnen นำเสนอผลงานจากจุดต่าง ๆ ทั้ง 8 หน่วยทั่วสหพันธ์ฯ โดยมีตัวแทนจากหน่วยต่าง ๆ ที่ทำกิจกรรมภายใต้โครงการนำเสนอผลการจัดกิจกรรมในเมืองของตน เช่น กิจกรรมการอบรมสมาชิกเพื่อเป็นตัวแทนให้ความช่วยเหลือและให้คำแนะนำด้านการเรียนการศึกษาระหว่างทางสถานศึกษาของรัฐและครอบครัวผู้อพยพ (Brückenbauerinen) มีการพาผู้ปกครองที่เป็นผู้อพยพไปรู้จักว่าชีวิตของนักเรียนในโรงเรียนที่เยอรมันเป็นอย่างไรบ้าง เด็กนักเรียนที่นี่เรียนวิชาอะไรบ้าง หรือกิจกรรมอบรมความรู้ด้านสุขภาพอนามัย รวมทั้งระบบประกันสุขภาพของประเทศเยอรมนี

บางหน่วยจัดกิจกรรมโครงการเนื้อตัวของฉันเป็นของฉัน (Mein Körper gehört mir) บางหน่วยก็เล่าถึงกิจกรรมด้านเสริมความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างแม่และลูก บางหน่วยมีการจัดนิทรรศการต่อต้านการใช้ความรุนแรงต่อสตรี รวมทั้งมีการให้ความรู้แก่สตรีอพยพในการป้องกันภัยให้ตนเองด้วย

นอกจากนี้ก็มีการเปิดโอกาสให้สมาชิกที่เข้าร่วมประชุมแสดงความคิดเห็น แบ่งปันประสบการณ์ระหว่างกันและกัน เช่น มีสมาชิกจากซูดานเล่าว่าเธออยากเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัย และได้รับการตอบรับให้เข้าเรียนที่ Köln แต่ไม่สามารถย้ายไปที่นั่นได้ เพราะกฎหมายห้ามย้ายถิ่นที่อยู่ และเธอก็ไม่สามารถเดินทางไปกลับในวันเดียวได้

- สมาชิกบางคนเล่าถึงอุปสรรคในการประกอบอาชีพครู เพียงเพราะเธอใส่ผ้าคลุมผมตามหลักคำสอนของศาสนาที่เธอนับถือ

- บางคนบอกเล่าถึงอุปสรรคที่ไม่สามารถสื่อสารกับทางการได้ เพราะไม่มีล่ามสักคนที่พูดภาษาเดียวกับเธอ

- บางคนบอกเล่าว่า ผู้คนในหมู่บ้านที่เธอถูกส่งไปอาศัยอยู่ไม่ต้องการผู้อพยพ แล้วอย่างนี้จะให้เธอปรับตัวเข้ากับสังคมที่นี่ได้อย่างไร

ถัดมาเป็นภาคบรรยายความรู้ทางด้านกฎหมาย มาตรา 12a AufenthG- Lässt sich Integration erzwingen? Kritische Untersuchung der Regelung zur Wohnsitzauflage โดย Frau Vicky Otto. Juristin und Asylverfahrensberaterin
และกฎหมายว่าด้วยถิ่นพำนัก มาตรา12a AufenthG und ihre Auswirkungen auf das Leben von geflüchteten Frauen โดย Frau Susann Thiel , Referentin für Flüchtlingshilfe/-politik, Der Paritätische Gesamtverband

ภาคค่ำมีการแสดงดนตรีและละคร

นับว่าเป็นการจัดประชุมที่น่าสนใจและให้ความรู้แก่ผู้เข้าร่วมประชุม และเปิดโอกาสให้สมาชิกได้ทำความรู้จักกันได้ดีอีกวาระหนึ่งค่ะ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าในโอกาสหน้าจะมีตัวแทนจากสมาคมธาราไปร่วมประชุมด้วยหลาย ๆ คนนะคะ

 

รายงานสรุปการประชุมสามัญประจำปี 2020
รายงานสรุปการประชุมสามัญปี 2020.pdf
PDF-Dokument [309.2 KB]
THARA Magazin 2019
THARA_Magazin revised_3.pdf
PDF-Dokument [17.7 MB]
เอกสารเผยแพร่การประชุม สามัญประจำปี 2018
เอกสารเผยแพร่.pdf
PDF-Dokument [2.0 MB]
Thara Magazin 06.06.2018 final.pdf
PDF-Dokument [38.3 MB]
Druckversion Druckversion | Sitemap
© Thara e.V. 2018